การปีนหน้าผาอาจดูเหมือนเป็นกีฬาเฉพาะทางที่ดูเหมือนเต็มไปด้วยความอันตราย แต่ท้ายที่สุดแล้ว มันคือการไต่หน้าผาหรือหน้าผาจำลอง  ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้กล่าวว่า มันให้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจที่หลากหลายแก่ผู้เล่น ซึ่งไม่ได้มีอยู่ในกีฬาอื่นๆ 

การปีนเขาในสถานะกีฬาที่พักผ่อนหย่อนใจ เริ่มได้รับความนิยมในช่วงทศวรรษ 1980 โดยการเปิดยิมปีนผาในร่มแห่งแรกของโลกในซีแอตเทิล ในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน มีกำแพงปีนผาในที่ร่มมากกว่า 500 แห่งในสหรัฐอเมริกา และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกว่า 493 ล้านดอลลาร์ ตามรายงานของบริษัทวิจัยทางการตลาด IBISWorld

โดยมีชาวอเมริกันมากกว่า 10 ล้านคนมีส่วนร่วมในการปีนเขาในปี 2020 และกีฬาปีนผาเปิดตัวในปีต่อไปในโอลิมปิกฤดูร้อนที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โดยกีฬาโอลิมปิกรูปแบบใหม่ที่มีการปืนผาจะประกอบด้วย 3 สาขาวิชา ได้แก่ 1. โบลเดอร์ ซึ่งเล่นที่ผนังด้านล่างโดยไม่ต้องใช้เชือก 2. การปีนความเร็วโดยที่คนที่เร็วที่สุดจะชนะ และ 3. การปีนหน้าผาโดยมีเป้าหมายคือการปีนให้สูงที่สุดภายในเวลาที่กำหนด

ในขณะที่การปีนผาดึงดูดผู้ที่ชอบความตื่นเต้น แต่สำหรับใครหลายๆคนก็คิดว่าเป็นการออกกำลังกายที่ยอดเยี่ยมที่ช่วยสงบสติอารมณ์และทำให้จิตใจแจ่มใสอีกด้วย และนี่คือเหตุผล 8 ข้อ ว่าการปืนผามีอะไรมากกว่าที่คุณคิด

1. ทำให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรง

กีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวเร็ว เช่น วิ่ง ฟุตบอล หรือว่าปั่นจักรยาน ถือเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ แต่การปีนเขาก็จะทำให้หัวใจคุณเต้นแรงเช่นกัน เพราะมันต้องใช้การดึง ดัน และยก และ ยิ่งการปีนที่ท้าทายมากขึ้นเมื่อเทียบกับความสามารถของคุณ ก็จะยิ่งเห็นผลต่อสุขภาพมากขึ้น

Zack DiCristino นักกายภาพบำบัดและผู้จัดการด้านการแพทย์ของทีมกีฬากล่าวว่า นักกีฬาชั้นยอดที่มีทีมชาติของ USA Climbing วัดอัตราการเต้นของหัวใจได้สูงถึง 150 ครั้งต่อนาทีในขณะที่พวกเขาปีนขึ้นผา และการปีนหน้าผาในร่มพบว่าต้องใช้พลังงานเท่าๆ กับการวิ่ง 8 ถึง 11 นาทีต่อไมล์

2. ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

ไม่น่าแปลกใจที่ปีนขึ้นไปบนกำแพงหน้าผาจะสร้างกล้ามเนื้อที่แขน แต่การปีนเขาเป็นการออกกำลังกายทั้งตัว นอกจากจะออกกำลังกายให้ ไบเซ็บ ไทรเซ็ป และ เดลทอยด์ แล้ว มันยังช่วยออกกำลังกายที่ หน้าท้อง สะโพก ต้นขา น่อง และ ส่วนอื่นอีกมากมาย

DiCristino กล่าวว่า “คุณสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายส่วนบนได้มากในขณะที่คุณปืนผา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มือและนิ้วมือ” และเสริมอีกว่า “แต่มีอีกหลายคนไม่รู้ว่า หากคุณใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับร่างกาย ร่างกายส่วนล่างของคุณจะได้รับการออกกำลังกายเช่นกัน”

3. ช่วยให้ร่างกายกระฉับกระเฉงและทรงตัวดีขึ้น

การปีนผาจำเป็นต้องยืดแขนยืดขาให้กว้างเสมอ รวมถึงการดัดร่างกายให้อยู่ในท่าต่างๆ และแน่นอน คุณต้องฝึกทรงตัวสร้างสมดุลบนฐานเล็กๆ ยิ่งคุณปีนมากเท่าไร ความยืดหยุ่น การทรงตัว และการประสานงานของคุณและร่างกายคุณก็จะดีขึ้นเท่านั้น

4. ช่วยเพิ่มความทรงจำดีและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี

ทักษะการปีนผาส่วนใหญ่จะอยู่ที่การกำหนดและจดจำเส้นทางการปีนล่วงหน้า และคุณยังต้องสามารถแก้ปัญหาเฉพาะได้ทันที หากเจอเปลี่ยนเส้นทางหรือพบกับอุปสรรคที่ไม่คาดคิด 

อันที่จริง กิจกรรมต่างๆ เช่น การปีนเขา สามารถช่วยให้ความจำดีขึ้น และสมองทำงานดีขึ้นถึง 50% จากการวิจัยของ มหาวิทยาลัยนอร์ทฟลอริดา และผู้หญิงเป็นนักปีนเขามือใหม่ได้ดีกว่าผู้ชาย เพราะพวกเขาคุ้นเคยกับการแก้ปัญหาทางร่างกายด้วยสมองมากกว่า

5. ช่วยเพิ่มทักษะในด้านการสื่อสาร

การสื่อสารนั้นมีความสำคัญอย่างมากในด้านความปลอดภัยของคุณระหว่างปืนผา ปกติแล้วนักปืนผาจะต้องมี Belayer หรือว่า ผู้คอยดูแลเชือกของคนที่กำลังปืนผา เพื่อคอยจัดการดูว่าเชือกตึงหรือหลวมไปหรือไม่ โดยคนปืนกับคนดูแลนั้นต้องคอยสื่อสารกันตลอดเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุหรือว่าต้องการอะไร

6. สามารถสร้างความเชื่อใจ

การเป็นคนดูแลเชือกนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคนดูแลหรือว่าคนปีนนั้น ก็ต้องเชื่อใจกันมากเพื่อความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุ โดยคุณสามารถสร้างความเชื่อใจได้ง่ายขึ้นผ่านการปีนผา เพราะว่ากีฬานี้มีความเสี่ยงสูงกว่ากีฬาอื่นๆ

7. ได้พบกับชุมชนใหม่ๆ

การปีนผานั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย สังคม และจิตใจ รวมถึงการพบปะผู้คนใหม่ๆ DiCristino กล่าวว่า จากการศึกษาของกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการปีนหน้าผาแบบปรับได้สำหรับผู้พิการนั้นพบว่า นักปีนผาส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับกีฬาปืนผานั้นก็คืออการได้พบปะผู้คนและได้กลายมาเป็นเพื่อนกัน

และเขาเสริมว่า “เมื่อคุณไปยิมปีนเขา พวกเขามักจะมีกระดานลงทะเบียนที่กำลังมองหาคู่ที่จะปีนด้วย ซี่งนี่เป็นวิธีที่ดีในการพบปะผู้คน”

8. สามารถต่อสู้กับภาวะซึมเศร้าได้

เช่นเดียวกับการออกกำลังกายรูปแบบอื่นๆ การปีนผาก็สามารถช่วยต่อสู้กับอาการหดหู่ได้ นักวิจัยในเยอรมนีพบว่าการปีนหน้าผาถือว่าเป็นการบำบัดทางจิตอย่างหนึ่งที่ประสบความสำเร็จสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคซึมเศร้า โดยเป็นผลดีต่อร่างกาย สังคม และจิตใจ หากคุณกำลังปีนผาธรรมชาติ คุณอาจได้รับกำลังใจเพิ่มขึ้นเนื่องจากการวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าการใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติเป็นถือว่าเป็นการกล่อมประสาทแทนยาได้ดี

Wilkes กล่าวว่า “การปืนผาก็เหมือน เป็นกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นว่าคุณจัดการกับความกลัว ความผิดหวัง และความสำเร็จอย่างไร”